my calenda patty

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความหมายของชีวิต . . . คืออะไร?


เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต . . .    แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า  . . .         
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว         
มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง
         
เมื่อ มนุษย์ 2 คนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1         
 แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป ที่เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
          ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้ อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
          ใช้แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี
          ความรัก ที่ประทับใจ . . . ขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
          ความรัก ที่ไม่ประทับใจ . . . ขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
          ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
          ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั้น . . . ไม่เรียกว่ารัก
          ความรัก ที่คุณเจอในอดีต . . . ขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
          ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบัน . . . ขอให้สมหวังกันทุกคน
          ความรัก ที่คุณจะเจอในอนาคต . . . ขอให้อธิษฐานกันเอาเองนะ
          "ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้  . . .   ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"                   
เคยไหม . . . ที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
          . . .  ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร


         
เคยไหม  . . . ที่จะมีคนให้อภัยคุณทุกอย่าง         
เคยไหม . . . ที่จะมีคนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ         
 เคยไหม . . . ที่จะมีคนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง         
เคยไหม . . . ที่จะมีคนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
          เคยไหม . . . ที่จะมีไม่อาย เมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
          เคยไหม . . . ที่จะมี คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่ายังไงเขาก็ยอม         
เคยไหม . . . ที่จะมีคนรับได้ ในสิ่งที่คุณเป็น         
เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก         
 เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่คุณอยากตื่นมา แล้วก็เจอกัน. . .
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่คุณคิดถึงเขา แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่คุณรู้ว่า เขาช่วยให้คุณสบายใจได้
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเขา ยังไง
          เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ         
 เคยไหม . . . ที่จะมีคนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคัญของเขาเลย
          ถ้าคุณเคยมีเขาคนนี้อยู่จริง . . . คุณควรถนอมเขาไว้ให้ดี
          ถ้าคุณสูญเสียเขาไป . . . คุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ
          ความหมายของหัวใจ . . . เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
          แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า . . . เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว

ที่มา :www.dek-d.com

30 แนวคิดเพื่อชีวิต...


1. อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2. เมื่อมีคนเล่าว่าตัวเขามีส่วนในเหตุการณ์สำคัญอะไรก็ตาม เราไม่ต้องไปคุยทับ ปล่อยเขาฟุ้งไปตามสบาย
3. รู้จักฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่ว ๆ เท่านั้น
4. หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ตามริมทางเสียบ้าง
5. จะคิดการใดจงคิดการให้ใหญ่ ๆ เข้าไว้ แต่เติมความสุขสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
6. หัดทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัย โดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
7. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
8. เวลาเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็ปล่อยให้แกชนะไปเถิด
9. ใครจะวิจารณ์เรายังไงก็ช่าง ไม่ต้องไปเสียเวลาตอบโต้
10. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "สอง" แต่อย่าให้ถึง "สาม"
11. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ
12. ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้ว อะไร ๆ มันก็ไม่ได้สำคัญอย่างที่คิดไว้ทีแรกหรอก
13. ใช้เวลาน้อย ๆ ในการคิดว่า "ใคร" เป็นคนถูก แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า "อะไร" คือสิ่งที่ถูก
14. เราไม่ได้ต่อสู้กับ "คนโหดร้าย" แต่เราต่อสู้กับ "ความโหดร้าย" ในตัวคน
15. คิดให้รอบคอบก่อนจะให้เพื่อนต้องมีภาระในการรักษาความลับ
16. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน
17. ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อย ๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะสงครามใหญ่
18. เป็นคนถ่อมตน …คนเขาทำอะไรต่ออะไรสำเร็จกันมามากมายแล้วตั้งแต่เรายังไม่เกิด
19. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด …สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
20. อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
21. อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นเขาเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามเราว่า "เป็นยังไงบ้างตอนนี้" ก็บอกเขาไปเลยว่า "สบายมาก"
22. อย่าพูดว่ามีเวลาไม่พอ เพราะเวลาที่คุณมีมันก็วันละยี่สิบสี่ชั่วโมง เท่า ๆ กับที่ หลุยส์ ปาสเตอร์ , ไมเคิลแอนเจลโล , แม่ชีเทเรซา , ลีโอนาร์โด ดา วินชี, ทอมัส เจฟเฟอร์สัน หรืออัลเบิร์ต ไอสไตน์ เขามีนั่นเอง
23. เป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวกลับไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่อยากทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
24. ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยมาตรฐานของคนอื่น
25. จริงจังและเคี่ยวเข็ญต่อตนเอง แต่อ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
26. อย่าระดมสมอง เพราะไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ และยิ่งใหญ่จนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ล้วนมาจากบุคคลที่คิดค้นอยู่แต่เพียงผู้เดียวทั้งสิ้น
27. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น
28. ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่ว่างานที่เขาทำนั้นจะกระจอกงอกง่อยสักปานใด
29. คำนึงถึงการมีชีวิตให้ "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิตให้ "ยืนยาว"
30. มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ 

ที่มา:Admin thaireaderclub.com

"ชนะหรือแพ้"...มันก็แค่สิ่งสมมุติ Q_Q


เคยรู้สึกกันบ้างหรือเปล่าว่าทุกสิ่งทุกอยางบนโลกใบนี้ ล้วนแล้วแต่จะนำมาซึ่งความผิดหวังได้ทั้งสิ้นเพราะคว ามผิดหวังหรือความล้ม เหลว มันอยู่ไม่ไกลจากตัวเรา มันเกิดขึ้นมาจากทุกอย่างรอบตัว มันทั้งหยอกเล่น เอาจริง รังแก หรือแค่ทดสอบเรา จนบางครั้งทำ ให้รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียอย่างนั้น

แต่เมื่อเจอกันอีกครั้ง เรากลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้มันอยู่ดี หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และทำอย่างไรจึงจะสามารถเอาชนะมันได้สักที
อาจกล่าวได้ว่า ความล้มเหลวและความผิดหวังนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับ เราไม่ต่างจากความสมหวัง เพียงแต่คนเรามักจะสมมติให้ตัวเองพึงพอใจกับความสมหวังมากกว่าเท่านั้นเอง

ในยามที่สมหวัง เราอาจจะบอกกับตัวเองว่าเป็น "ผู้ชนะ" โดยที่ไม่เคยสนใจว่าได้มันมาอย่างไร หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเก็บรักษาเอาไว้ได้นานอย่างไร
ในทางกลับกัน เมื่อเป็นฝ่ายที่ต้องผิดหวังบ้าง เราก็มักจะตอกย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่าเราเป็น "ผู้แพ้" คนส่วนใหญ่จึงมองข้ามสิ่งสำคัญของชีวิตไป เพราะมัวแต่จดจ้องอยู่แค่คำว่า
แพ้ . . . ชนะ
สำหรับฉันแล้วมีสิ่งหนึ่งที่คนเราไม่ควรมองข้าม นั่นคือการมีน้ำใจนักกีฬา และการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรู้เท่าทัน ไม่ว่าจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ เมื่อได้สู้อย่างเต็มที่แล้ว ให้คิดเสียว่าเราแพ้สิ่งหนึ่งเพื่อทำให้รู้ตัวว่า
"เราอาจจะเหมาะกับอีกสิ่งหนึ่งมากกว่า"

จงอย่ามัวเสียดายในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเราให้นานนัก จงออกไปค้นหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองดีกว่า เพราะไม่มีประโยชน์อะไรกับการพรรณนาถึงความล้มเหลวอย่างไร้สติรังแต่จะทำให้ ตัวเองรู้สึกด้อยค่ายิ่งขึ้นเท่านั้น
หากเปรียบชีวิตคนเราเป็นการแข่งขัน โลกนี้ก็คงเป็นสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เราทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะเข้าร่วมอย่างไม่ม ีเงื่อนไข และก็ใช่ว่าโลกจะจำกัดชนิดกีฬาที่แข่งขัน มีหลากหลายอย่างที่ให้เราเลือกเล่น เราจึงต้องแสดงฝีมือในสิ่งที่ตนเองถนัดอย่างเต็มความ สามารถ จนกว่าระฆังยกสุดท้ายของ
ชีวิตจะดังขึ้น ซึ่งก็จะเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันอันยาวนานนั้นลง
และในสนามแข่งขันของเกมชีวิตนั้นจะไม่มีการพักครึ่ง ไม่มีการขอเวลานอก ที่สำคัญไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ เพราะเราต่างเกิดมาเพื่อที่จะเล่นเกมของตัวเองด้วยตัวเองจนจบ
แม้บางเกมเราจะแพ้หรือชนะ แต่ทุกๆ เกมเกิดจากการตัดสินใจของตัวเราเองทั้งสิ้น เราจึงต้องยืดอกยอมรับต่อผลที่เกิดขึ้นอย่างกล้าหาญ และน่าจะดีกว่าถ้าเราทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อจะไม่ต้องเสียใจในภายหลังเมื่อความผิดหวังมาเยือน
เมื่อพูดอย่างนี้ ก็ใช่ว่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดเสมอไป เพราะบางครั้งความพ่ายแพ้ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไ ปกว่ากันเลย แม้ว่าชัยชนะจะเป็นยอดปรารถนาของคนเราก็ตามที แต่เรามักจะได้อะไรดีๆ ในชีวิตจากความพ่ายแพ้มากกว่า เพียงแต่เราต้องทำความรู้จักและเรียนรู้จากมัน เพื่อสามารถนำเอาความผิดพลาดต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในครั้งต่อไป

ดังเช่นที่ นโปเลียน นักการเมืองการทหารผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส เคยกล่าวไว้ว่า  "คนที่ไม่รู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด ยังห่างไกลจากหนทางสู่ความสำเร็จนัก"
ไม่จำเป็นว่าเราต้องเป็นผู้ชนะฝ่ายเดียว
แพ้เสียบ้างก็เป็นกำไรชีวิตได้เช่นกัน
และ นอกเหนือจากมนุษย์ทุกคนจะต้องการปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีวิต ความทุกข์ที่เกิดจากความผิดหวังและความพ่ายแพ้ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องพบพานเหมือนกันหมด และเมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน ทุกคนต่างก็มุ่งหวังที่จะเป็นผู้ชนะให้ได้
คนส่วนใหญ่จึงอาจจะคิดว่าการเป็นที่หนึ่งนั้นจำเป็นต ้องเอาชนะคนอื่นเท่า นั้น หากแต่แท้จริงแล้ว เกมที่เราแข่งขันอยู่ในสนามชีวิตจริง อาจไม่จำเป็นต้องมีคู่แข่งอื่นใดนอกจากตัวเรา เพราะบางทีเพียงแค่การเอาชนะใจตัวเอง เพราะบางทีเพียงแค่การเอาชนะใจตัวเองมันก็เป็นเรื่อง ที่ยากเย็นเสียนี่กระไร
บางทีหากเราต้องการจะเป็นผู้ชนะตัวจริง จึงไม่ใช่การวิ่งแซงหน้าเพื่อเอาชนะใครต่อใคร หากแต่คือการเอาชนใจตัวเองให้ได้ ก็ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้วล่ะ


ที่มา: atcomink.com

**บุคคลที่กำลังศึกษา... ควรอ่านนะ!!

เย่ๆๆทุกคนก้อสอบเสร็จกันเกือบหมดแล้วซินะ บางมหาลัย โรงเรียน หลายๆแห่งก้อจะประกาศผลสอบกันแล้ว เพื่อนๆที่สอบผ่านก้อดีใจกันทุกคนอ่านะ ส่วนคนทีสอบไม่ผ่านก้อไม่เป็นไร อย่าเพิ่งเส้า ก้อถือว่าเราเรียนอิกครั้งเพื่อความรู๔ให้แน่นขึ้นงายย.... อย่าเครียด ต้องทำเรื่องเครียดให้เป็นเรื่องที่สบายๆๆเพราะถ้าเครียดมากอาจจะทำลายสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรานะคะ..งุงุ เอาล่ะ ตอนนี้ l3eel2y ก้อมีอารัยๆๆมาให้คนที่สอบไม่ผ่านอ่านกันนะ หรือคนอื่นอ่านก้อได้ อิอิ ลองอ่านเล่นๆแก้เซ็งดูซิคะ

ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยที่คุณสอบตก เพราะที่จริงแล้วในหนึ่งปีมีแค่ 365 วันเท่านั้น...

1) ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ แสดงว่ามีวันอาทิตย์ 52 วัน  วันอาทิตย์เป็นวันแห่งการพักผ่อนนะ ไม่ควรเรียนหนังสือ เหลือวันอีก 313 วัน

2) วันหยุดตอนปิดเทอมประมาณ 50 วัน ปิดเทอมก็ต้องเที่ยวเดะ
แถมอากาศยังร้อนเกินไปที่จะเรียนหนังสือด้วย เหลือวันอีก 263 วัน

3) เพื่อสุขภาพที่ดี คนเราควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน
นั่นคือเราจะนอนประมาณ 130 วันต่อปี เหลือวันอีก 141 วัน

4) เพื่อสุขภาพที่ดีอีกเช่นกัน คนเราควรหาเวลาเล่นกีฬาอย่างน้อย 1
ชั่วโมงต่อวัน นั่นคือประมาณ 15 วันต่อปี เหลือวันอีก 126 วัน

5) คนเราจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
และควรใช้เวลาในการค่อยๆ เคี้ยวและกลืนอาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือเราควรให้เวลากับการกินประมาณ 2 ชั่วโมงต่อวัน คือ 30 วันต่อปี เหลือวันอีก 96 วัน

6) คนเราเป็นสัตว์สังคมต้องมีการสื่อสารกับผู้อื่น ดังนั้น
เราควรให้เวลาในการพูดคุยกับผู้อื่นอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง คิดเป็น 15 วันต่อปี เหลือวันอีก 81 วัน

7) วันสอบทั้งมิดเทอม ทั้งไฟนอลอีกเกือบ 35 วัน
คุณจะเอาเวลาสอบไปเรียนหนังสือเหรอ??? เหลือวันอีก 46 วัน

8) วันหยุดตามเทศกาล และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ อีกกว่า 40 วัน
(ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าวันหยุด) เหลือวันอีก 6 วัน

9) แล้วต้องเผื่อว่าเราไม่สบายขึ้นมาอีก
จะได้มีเวลารักษาตัวประมาณสัก 3 วัน เหลือวันอีก 3 วัน

10) คนเราจะอยู่แต่กับบทเรียนก็ไม่ได้ ต้องหาความสนุกใส่ตัวบ้าง
เช่นไปดูหนังฟังเพลงอย่างน้อยรวมๆ แล้วก็ประมาณ 2 วันต่อปีเหลือวันอีก 1 วัน

11) อีกวันหนึ่งก็คือวันเกิดคุณไง!!!
คุณจะเรียนหนังสือตอนวันเกิดคุณเหรอ... ไม่มีทางเหลือวันอีก 0 วัน

แล้วอย่างเงี้ยจะไม่ให้สอบตกได้ไง ฮึ...!!! 






 ที่มา:http://lovesave.netdesignsoft.com

ที่สุดแห่งความสุข *U*



เค้าว่ากันว่า......
ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
การตกหลุมรักใครสักคน
การได้จูบครั้งแรก
การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
การได้นอนฟังเสียงฝนตก
เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
การสอบเสร็จ
การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก
การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
การได้ยิ้มกับใครสักคน
การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
การถูกชมอย่างกะทันหัน
การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
การมีเพื่อนใหม่
การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น
การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ
การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ
ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก...


  ที่มา:http://lovesave.netdesignsoft.com/

^^ คนฉลาด ย่อมไม่คิดว่าคนอื่น โง่ ^^

คนฉลาดย่อมไม่เคยคิดว่าคนอื่นโง่และคนโง่มักคิดว่าตนเองฉลาด คนที่ดูถูกคนอื่นว่าโง่ บางทีตัวเองอาจโง่ยิ่งกว่า และมีแต่ละบุคคลประเภทนี้เท่านั้น ที่มักถูกผู้อื่นหลอกลวงอยู่เสมอ

สิ่งที่เราไม่ชอบ บางครั้ง ... เราก็จำเป็นต้องรู้ อย่าปิดกั้นตัวเองให้ห่างไกลจากสิ่งที่ไม่ชมชอบเลย เพราะในโลกนี้สิ่งที่ทำร้ายเราได้ง่ายที่สุด ก็คือ สิ่งที่เราไม่ยอมรู้และไม่เคยเข้าใจ

ชีวิตเป็นของเธอ ทางเดินชีวิตย่อมเป็นของเธอ สองขาของเธอ จงก้าวไปตามทางนั้น ทำในสิ่งที่เธอถนัดและเข้าใจ เธอจะไปได้ดีเท่าที่เธอควรจะไป หากอยากจะถามหาความจริงใจจากใครต่อใคร ต้องเริ่มถามหาที่ตัวเธอเองก่อนว่ามีความจริงใจเพียงพอหรือไม่

ชีวิต..ไม่เคยมีคำว่าสาย หากก้าวหลงเดินทางผิด ย่อมกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ อาจจะช้ากว่าที่ควรจะเป็นไป แต่ก้อยังดีกว่าดิ่งลึก จมลงในความเลวร้ายทุกที ทุกที

อย่าพยายามยัดเยียดความสุขหรือสิ่งที่เราคิดว่าดีให้กับใครต่อใคร เพราะมันอาจจะกลับกลายเป็นความทุกข์ ทุกข์ทั้งผู้ให้ ทุกข์ทั้งผู้รับ 
เคยถามตัวเองบ้างไหมว่าชีวิตต้องการอะไร ? ถาม ... และหาคำตอบให้แน่ใจ และเข้าใจให้ถ่องแท้ เมื่อนั้นเราจะก้าวต่อไปข้าวหน้าอย่างเชื่อมั่น และถูกทิศทางกว่าเดิม โลกเรายังคงหมุนไปทุกวัน หากวันนี้เราหยุดนิ่ง พรุ่งนี้ ......... เราก็แทบวิ่งตามไม่ทัน

ชีวิตที่มีคุณค่า คือการใช้เวลาที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า อย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์เลย มาเริ่มต้นสรรค์สร้างสิ่งดีดีให้กับชีวิตของเราเถิด

อย่าไปคิดว่า คนที่นั่งอยู่ในร่มไม้กลัวแสงแดด อย่าไปคิดว่า คนที่ฟุบหลับอยู่นั้นเป็นคนเกียจคร้าน อย่าไปคิดว่า คนที่หกล้มเป็นคนอ่อนแอ
จงอย่าใช้เหตุผลของเธอ ตัดสินความหมายในสิ่งที่เธอเห็น โดยที่ไม่รับฟังเหตุผลจากอีกฝ่ายหนึ่งให้ดีเสียก่อน

ที่มา :
http://www.kratookfilm.com

^^คำบางคำ เพื่อกำลังใจ^^

เพียงแค่ คำบางคำที่คุณเอ่ย...
อาจมีผลทำให้คนที่คุณกำลังสนทนาอยู่ด้วย
รักหรือเกลียดคุณเลยก็ได้ เอ๊ะ ! ยังไงกัน
คุณเคยสังเกตุบ้างรึเปล่า ?
ว่าในบางครั้ง คนที่คุณคุ้นเคย สนิทชิดเชื้อกันมานานบัดนี้
เค้ากำลังทำท่าทางเหมือนกับไม่อยากจะพบคุณเอาซะเลย
หลบได้เป็นหลบ หลีกได้เป็นหลีกบางทีอาจเป็นเพราะ เจ้าคำ...บางคำ
ที่คุณเอ่ยออกไปโดยที่มิได้ฉุกคิดนี่ละ
คือเจ้าตัวสาเหตุของปัญหายกตัวอย่างง่ายๆ
สมุมติว่าวันนี้เพื่อนคุณสวมเสื้อตัวใหม่มาทำงาน
แต่เผอิญว่าเจ้าเสื้อตัวใหม่ของเพื่อนคุณนะ
มันช่างไม่เหมาะสมกับเพื่อนคุณเอาซ่ะเลย
คือดูยังไงก็น่าเกลียด คุณก็แสนดีเป็นคนตรงไปตรงมา
คิดยังไงก็พูดออกไปอย่างนั้น (อย่างงี้เค้าเรียกว่าคนตรง)
โดยที่คุณไม่ทันยั้งคิดว่า เพื่อนคุณจะรู้สึกอย่างไร
คุณก็พูดกับเค้าไปตรงๆ แทนที่จะอ้อมๆ
รักษาน้ำใจก็ดั้นไปพูดกับเพื่อนคุณตรงๆ
จนทำให้วันต่อมาเพื่อนคุณหายไปจากวงจรชีวิตของคุณไปซ่ะดื้อๆ

ในบางครั้งคนเราก็ไม่สามารถที่จะพูดความจริงได้ทั้งหมด
และการที่เราไม่พูดความจริง ออกมาทั้งหมดนั้น
ก็มิได้หมายความว่าเราเป็นคนโกหก
แต่มันกลับเป็นการรักษาน้ำใจอย่างหนึ่งของเพื่อนร่วมงาน
และบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดคุณ คุณลองคิดดูซิว่า
ถ้าเกิดวันหนึ่งหมอเกิดพูดความจริงกับคนไข้
ที่อาการสาหัส จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้
ว่า "คุณคงไม่รอดแล้วละ " กับ แทนที่จะพูดว่า
"คุณไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้วละ"
(จะเป็นบ้านเก่า หรือบ้านใหม่ค่อยว่ากันอีกที)
บางครั้งคำพูดที่หมอบอกกับคนไข้นั้น......
มันสามารถทำให้คนไข้เสียชีวิตหรืออยู่รอดในวินาทีนั้นเลยก็ได้

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเอ่ยคำใดออกไป ควรที่จะหยุดคิดสักนิดนึง
เพราะคนเราทุกคนอยู่ได้ด้วยกำลังใจ คุณก็คงจะเป็นคนหนึ่ง
ที่ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างเช่นกัน.....
เมื่อใดที่คุณต้องการกำลังใจจากผู้อื่น
คุณควรเป็นผู้ให้กำลังใจแก่ผู้อื่นเสียแต่วันนี้


"ที่มา : เครดิต : terminator4 "